md system control and service co.,ltd.

กัญชา สรรพคุณทางการแพทย์และเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับกัญชา

กัญชา สรรพคุณทางการแพทย์และเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับกัญชา


กัญชา สรรพคุณทางการแพทย์และเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับกัญชา

             กัญชา (Cannabis/Marijuana) เป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์หลายอย่าง แต่มักใช้นำมาเสพเพื่อหวังผลออกฤทธิ์ให้เกิดความสนุกสนาน (recreational use) ในขณะเดียวกัน ก็พบว่ามีประโยชน์ในการรักษาอาการบางชนิดทางการแพทย์ (medical use)
             แต่ก็ยังมีแพทย์ส่วนมากไม่กล้าจะแนะนำให้ใช้กัญชาเป็นแน่ ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะกฎหมาย ทำให้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับกัญชาทำได้ยาก        
             ความเป็นไปได้ ที่จะเกิดการใช้กัญชาทางการแพทย์ ในอนาคตอันใกล้ นอกเหนือจากที่ FDA รับรองแล้ว คือ การใช้เป็นยาระงับปวด โดยเฉพาะในอาการปวดจากโรคมะเร็ง (ไม่ใช่รักษามะเร็ง) โดยมีการรายงานว่า ภายหลังการประกาศให้กัญชาถูกกฎหมายในบางรัฐของอเมริกา ทำให้มีการสั่งกัญชาเป็นยาแก้ปวดมากขึ้น ช่วยลดอัตราการสั่งใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม opioid ซึ่งทำให้ติดได้ง่าย และมีผลข้างเคียงถึงชีวิต

แม้ว่ากัญชาจะมีสารออกฤทธิ์มากกว่า 500 ชนิด แต่ชนิดที่มีการศึกษาว่ามีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย คือ 9-tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) 

THC เป็นสารตัวหลักที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท โดยความแรง (high) ของกัญชาจะขึ้นกับสัดส่วนของ THC โดยตรง ในขณะที่ CBD นั้นออกฤทธิ์หลายอย่างตรงกับข้ามกับ THC
  
ไม่มีฤทธิ์ให้เกิดอาการ high และพบว่ามีฤทธิ์ต้านโรคจิตเภท (antipsychotic) คลายกังวล (anxiolytic) กันชัก (antiseizure) และ ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory)

สำหรับกัญชาที่ใช้เสพนั้นมีสัดส่วนของ THC และ CBD ที่แตกต่างกันไป หรืออาจไม่มี CBD เลยก็ได้
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ร่างกายของเรานั้นก็มีการสร้างสารกัญชา (endogenous cannabinoid) ได้เองเช่นกัน โดยออกฤทธิ์ผ่าน cannabinoid receptors ซึ่งพบมากในสมอง
ประโยชน์ของกัญชาที่ถูกอ้างถึงกันมาก คือ สรรพคุณในด้านการรักษาอาการปวด ลดการอักเสบ รักษามะเร็ง แก้โรคลมชัก โรคทางจิตเวชและการบำบัดผู้ติดยา ฯลฯ 

เรามาดูกันว่าสรรพคุณไหน ที่มี study มารองรับบ้าง

– มีการศึกษา (RCT) ว่ากัญชาใช้บรรเทาอาการปวดและช่วยทำให้นอนหลับดีในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง (chronic pain) เช่น การปวดจากมะเร็ง (cancer pain) การปวดจากเส้นประสาท (neuropathic pain) ฯลฯ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการระงับอาการปวดฉับพลัน (acute pain) การปวดข้อ (rheumatoid pain) โดยมีฤทธิ์ทั้งรูปยากิน และยาสูด 

– มีการศึกษา (RCT) ว่ากัญชาช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนภายหลังจากการฉายแสงได้ดีกว่ายาหลอก

– มีการศึกษาในจานเพาะเลี้ยงและในหนูว่า CBD สามารถยับยั้งการเจริญ และเพิ่มการตอบสนองต่อรังสีรักษา (radiosensitive) ของเซลล์มะเร็ง (glioma cell lines) แต่ไม่มีการทดลองใดทำในมนุษย์ 

– มีการศึกษา (RCT) ว่ากัญชาสามารถรักษาโรคลมชักที่ไม่ตอบสนองต่อยากันชัก (treatment-resistant epilepsy) บางชนิดได้ แต่ไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกในการรักษาโรคลมชัก

– มีการศึกษาในสัตว์ทดลองว่า CBD มีผลคลายกังวล แต่การศึกษาเชิงสังเกตในผู้เสพกัญชา (ซึ่งมี THC) พบว่าทำให้เกิดความกังวลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์ที่แสดงถึงประสิทธิภาพของกัญชาในการรักษาโรคซึมเศร้า หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar) การศึกษาพบว่า การใช้กัญชาในผู้ป่วย bipolar ทำให้อาการณ์กำเริบได้มากขึ้น (new manic episode
สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ ผลข้างเคียงจากการใช้กัญชา โดยเฉพาะในผู้ใช้เสพปริมาณมาก และไม่มีการกำกับดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

– หลักฐานการศึกษา (meta-analysis,RCT) จำนวนมากพบว่า การใช้กัญชาในระยะยาวทำให้การทำงานของสมองแย่ลง โดยลดความสามารถในด้านความคิดความเข้าใจ (cognitive function) ทำให้เกิดอาการเลื่อนลอย (amotivation syndrome) และกระตุ้นให้เกิดโรคจิต (psychosis) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเดิ

– ในการทดลองทางการแพทย์โดยใช้กัญชาเทียบกับยาหลอก พบว่า กัญชาทำให้เกิดผลข้างเคียงมากกว่า (29 studies, CI2.4-3.8) ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมากกว่า (34 studies, CI 1.04-1.92) และการออกจากการศึกษาเนื่องจากผลข้างเคียงมากกว่า(23 studies, CI 2.2-4.0) อย่างมีนัยยะสำคัญ 

– ผลข้างเคียงที่สำคัญจากการใช้กัญชาทางการแพทย์ เช่น สับสน(disorientation) อาการมึนหัว euphoria สับสน(confusion) ง่วงซึม(drowsiness) ปากแห้ง ง่วงนอน(somnolence) เสียการทรงตัว เห็นภาพหลอน(hallucination) คลื่นไส้ หงุดหงิด(asthenia) อ่อนเพลีย ฯลฯ ตามลำดับของ odd ratio จากมากไปน้อย

– บางการศึกษา (open label) ทางการแพทย์ เพื่อรักษาอาการปวด พบว่า ผลข้างเคียงไม่แตกต่างจากยาหลอก และไม่มีการชินต่อยา (analgesic tolerance) ที่เวลา 1 ปี 

– บางการศึกษา (open label) พบว่ามีอาการขาดยา (withdrawal)

อย่างไรก็ตาม ยังขาดการศึกษาผลข้างเคียงต่อการใช้กัญชาในระยะยาวทางการแพทย์
สรรพคุณสเปรย์กัญชา งานวิจัยจาก ม.รังสิต ผู้วิจีย รศ. ดร.ภกญ.นริศา คำแก่น อาจารย์ประจำหมวดวิชาเภสัชเวทและตัวยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า ที่มาของงานวิจัย สเปรย์สารสกัดกัญชา นั้น ได้นำกัญชาของกลาง จาก ปปส. มาใช้ทดลองเพื่อสารสกัดที่ได้จากกัญชา 2 ชนิด คือ
1. สารสกัดจากกัญชา THC มีสรรพคุณทำให้ ทำให้ เซลล์มะเร็งฝ่อ แต่มีผลข้างเคียงต่อจิตประสาท ทำให้เกิดการเคลิ้ม ล่องลอยหรือเมากัญชานั่นเอง
2. สารสกัดจากกัญชา CBD มีสรรพคุณ ต้านการอักเสบ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวิจัย ซึ่งมีประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี

และยังตัวยาอีก 2 ประเภทในปัจจุบัน ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีส่วนผสมของกัญชาอยู่ คือ

1) Dronabinol และ Nabilone ที่มีส่วนผสมของ THC โดยมีข้อบ่งชี้ใช้รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนภายหลังจากการทำคีโม และใช้เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วย AIDS ที่มีน้ำหนักลดมาก
2) Epidiolex® ที่มีส่วนผสมของ CBD สำหรับใช้รักษาโรคลมชักในเด็ก เฉพาะในกลุ่ม Dravet syndrome และ Lennox-Gastaut syndrome